ฆ่าเผาโหด"กะเทย"สยองกรุง หิ้วโจ๋คู่ขาวัย19เค้น ยังปากแข็งไม่สารภาพ แต่เผลอเล่าให้พระฟัง

ฆ่าเผากะเทยหมกในวัดกลางกรุง ตร.คุมตัวเด็กวัดแฟนหนุ่มวัย 19 ปี เค้นสอบเครียด หลังพระให้ข้อมูลเห็นลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่มาหลังวัดก่อนจุดไฟเ...

ฆ่าเผากะเทยหมกในวัดกลางกรุง ตร.คุมตัวเด็กวัดแฟนหนุ่มวัย 19 ปี เค้นสอบเครียด หลังพระให้ข้อมูลเห็นลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่มาหลังวัดก่อนจุดไฟเผา เมื่อพระเรียกมาถามยอมรับฆ่าแล้วยัดศพกะเทยในกระเป๋า ก่อนเผาอำพรางในวัด ส่วนอีกคนเชื่อมีส่วนรู้เห็นด้วย แต่ทั้งคู่ยังไม่ยอมให้การกับตร. ค้นในกุฏิที่เด็กวัดมาพักเจอเงินสด 6 หมื่นบาท สอบญาติคนตายเผยพี่คบหากับเด็กวัดแค่ 3 อาทิตย์ ก่อนพามาอยู่ด้วยกันที่คอนโดฯ-ย่านสุทธิสาร จากนั้นติดต่อไม่ได้ เลยมาดูที่ห้องพักก็ไม่เจอ จากนั้นไปตามหาที่วัดพบโครงกระดูกถูกเผา จำกระเป๋าเดินทางได้เป็นของพี่ เช็กวงจรปิดคอนโดฯ จับภาพเด็กวัดลากกระเป๋าเดินทางออกไป


เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 5 มิ.ย. ร.ต.ท. สมประสงค์ ปสาทรัตน์ รองสว.(สอบสวน) สน.ประเวศ รับแจ้งเหตุพบศพถูกฆ่าเผาอำพรางคดี ภายในวัดแก้วพิทักษ์เจริญธรรม ตั้งอยู่ภายในซอยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 55 (ซอยวัดแก้วพิทักษ์เจริญธรรม) แขวงและเขตประเวศ กทม. จึงรุดตรวจสอบ พร้อมด้วยพ.ต.ท.จตุภูมิ มุซาเคน รองผกก.(สอบสวน) สน.ประเวศ พ.ต.ท.ศิริ ราชรักษา รองผกก.ป. สน.ประเวศ พ.ต.ท.พิจิตร โยธินวัชรชัย สวป.สน.ประเวศ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.ตร. และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง


ที่ เกิดเหตุบริเวณลานจอดรถหลังวัด พบชิ้นส่วนโครงกระดูกมนุษย์ถูกเผาทิ้งอำพรางคดี ทราบชื่อนายสมพงษ์ หรือเจ๊หนุ่ย บุญยืน อายุ 58 ปี สภาพเหลือเพียงขี้เถ้า โดยมี แผ่นสังกะสีปิดปกคลุมอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน


สอบ สวนนายกิตติวัฒน์ ศรีนิธิโรจน์ อายุ 53 ปี กล่าวว่า ตนเป็นน้องชายของนายสมพงษ์ ซึ่งเป็นสาวประเภทสองที่แปลงเพศแล้ว โดยก่อนหน้านี้พี่ชายมีสามีเป็นชาวสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งอยู่กินกันแบบสามีภรรยามานานแล้วที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กระทั่งสามี เสียชีวิต จึงเดินทางกลับมาอยู่ประเทศไทย ต่อมาพี่ชายได้คบหาดูใจกับนายภูมิ อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นลูกศิษย์วัดและหลานของพระในวัดดังกล่าว ได้ประมาณ 3 สัปดาห์ จากนั้นเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนพร้อมพี่ชายได้ขับรถมารับนายภูมิ เพื่อพาไปอยู่ด้วยในคอนโดฯ ชื่อดังแห่งหนึ่ง ภายในซอยโชคชัยร่วมมิตร ย่านสุทธิสาร ซึ่งระหว่างที่คบกันนั้น ไม่ทราบว่าอุปนิสัยของนายภูมิเป็นเช่นไร เนื่องจากทั้งคู่อยู่กันเพียงแค่ 2 คน


นายกิตติวัฒน์กล่าว ต่อว่า กระทั่งวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตนโทรศัพท์ไปหาพี่ชาย เพื่อนัดกันไปงานบวชญาติในช่วงเช้าวันที่ 5 มิ.ย. ภายในวัดแห่งหนึ่งย่านอ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จากนั้นในช่วงเช้าได้โทรศัพท์ไปหาพี่ชายอีกครั้ง แต่ไม่มีผู้รับสาย จึงตัดสินใจโทรศัพท์ไปหาน้องสาวอีกครั้ง ซึ่งพักอาศัยอยู่พื้นที่ใกล้เคียงกับพี่ชาย เพื่อให้ไปตาม เมื่อน้องสาวขึ้นไปบนห้องพักก็ไม่พบตัว พบเพียงห้องมีร่องรอยรื้อค้นข้าวของกระจัด กระจายเกลื่อนเต็มพื้น ไฟและแอร์ก็ยังเปิดอยู่ เมื่อตรวจสอบพบเงินสดในกระเป๋าสตางค์ของพี่หายไปทั้งหมด ส่วนใต้เตียงพบแหวนเพชรมูลค่า 5 แสนบาท และนาฬิกาข้อมือ ยี่ห้อ โรเล็กซ์มูลค่า 3 แสนบาทหล่นอยู่ แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร ก่อนน้องสาวจะชวนตนไปงานบวช เมื่อเสร็จจากงานบวช จึงตัดสินใจเดินทางมาตามหาพี่ชายภายในวัดดังกล่าว แต่ไม่พบตัว จึงเดินสำรวจดูบริเวณโดยรอบก็ได้กลิ่นเหม็นไหม้ ก่อนเดินไปบริเวณลานจอดรถหลังวัด พบกองไฟถูกเผา จึงใช้เท้าเขี่ยดูพบโครงกระดูกมนุษย์ พร้อมซากกระเป๋าเดินทางคล้ายของพี่ชายที่ยังไหม้ไม่หมด ทำให้เชื่อมั่นว่าโครงกระดูกที่ถูกฆ่าเผาน่าจะเป็นของพี่ชายที่หายตัวไปแน่ นอน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ


ต่อมาเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว ผู้ต้องสงสัย 2 ราย คือนายภูมิ และนายวัฒน์ อายุ 41 ปี พี่ชายของนายภูมิ ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่าทั้ง 2 คนอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆ่าเผานายสมพงษ์ แต่ทั้ง 2 คนยังไม่ยอมให้การใดๆ จึงเก็บดีเอ็นเอทั้งคู่ไปตรวจสอบเทียบเคียง พร้อมส่งโครงกระดูกที่พบไปตรวจด้วยว่าเป็นของนายสมพงษ์หรือไม่


จาก นั้นเจ้าหน้าที่นิมนต์พระสงฆ์ ซึ่งเป็นญาติของนายภูมิมาสอบปากคำ โดยพระสงฆ์ได้ให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้เห็นนายภูมิลากกระเป๋าเดินทางมาบริเวณวัดแล้วจุดไฟเผา ตอนแรกไม่ได้เอะใจอะไร จนกระทั่งเรียกนายภูมิมาสอบถาม ก่อนยอมรับว่าภายในกระเป๋ามีศพของนายสมพงษ์อยู่ โดยได้ลงมือสังหารแล้วยัดใส่กระเป๋า จากนั้นลากมาเผาอำพรางในวัด ส่วนนายวัฒน์เชื่อว่าอาจมีส่วนรู้เห็นด้วย โดยพระสงฆ์ได้พยายามช่วยเกลี้ยกล่อมให้นายภูมิยอมรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ แต่ทั้งคู่ยังไม่ยอมให้การใดๆ


นอกจากนี้เจ้าหน้าที่อีกชุด ได้เข้าตรวจสอบภายในกุฏิที่นายภูมิเข้าไปพักอาศัย พบกระเป๋าสะพาย ภายในมีเสื้อผ้าและเงินสด 60,000 บาท ซึ่งจากการสอบถามพระสงฆ์ให้ข้อมูลว่า นายภูมิไม่เคยมีเงินสดมากขนาดนี้ เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดเงินสดและเสื้อผ้ากลับมาตรวจสอบ


ด้าน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบห้องพักชั้น 6 ภายในคอนโดฯ แห่งหนึ่ง ในซ.วิภาวดี 16 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. ซึ่งเป็นห้องพักของนายสมพงษ์ จากการตรวจสอบพบเป็นห้องพักหรู มีห้องนอนแยกกับห้องนั่งเล่น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบร่องรอยลายนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอภายในห้อง โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง


สอบสวนนางวรรณณา บุญยืน น้องสาวนายสมพงษ์ ให้การว่า ห้องดังกล่าวเป็นของตน ก่อนหน้านี้นายสมพงษ์ได้พาเพื่อน ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นใครมาพักอยู่ที่ห้องได้ประมาณ 3 สัปดาห์แล้ว ก่อนเกิดเหตุญาติได้นัดนาย สมพงษ์ไปงานบวชพระที่ต่างจังหวัดด้วยกัน แต่เมื่อถึงเวลาก็ไม่มาตามนัดและไม่ใครติดต่อได้ จนกลับมาจากงาน จึงเดินทางมาดู โดยเคาะประตูห้องแต่ไม่มีใครเปิด เลยไขกุญแจเข้าไปตรวจสอบ พบว่าในห้องยังเปิดแอร์และไฟตรงห้องนั่งเล่นไว้ ส่วนที่นอนมีรอยยับเหมือนมีคนนอนปกติ จึงกลับไปบ้านพักแล้วมาทราบข่าวภายหลังว่าพี่ชายเสียชีวิต


รายงาน ข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในพี่พักของนายสมพงษ์ พบว่าช่วงเวลา 00.00-01.00 น. ของวันที่ 5 มิ.ย. นายภูมิได้ลากกระเป๋าเดินทางสีฟ้า ใบใหญ่ออกมาจากห้องพักเพียงคนเดียว โดยไม่พบตัวนายสมพงษ
ที่มา :http://www.khaosod.co.th/

You Might Also Like

0 comments